วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

นิสสัคคิยกัณฑ์

นิสสัคคิยกัณฑ์
คำถามและคำตอบในกฐินวรรคที่ ๑
             [๒๗] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้เก็บอติเรกจีวรล่วง ๑๐ วัน ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์เก็บอติเรกจีวร.              มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายวาจา กับจิต ...              [๒๘] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้อยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปฝากจีวรไว้ในมือของภิกษุทั้งหลายแล้ว มีแต่ผ้าอุตรา- *สงค์กับผ้าอันตรวาสก หลีกไปสู่จาริกในชนบท.              มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายวาจากับจิต ...              [๒๙] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รับอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกินเดือนหนึ่ง ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปรับอกาลจีวร แล้วเก็บไว้เกินเดือนหนึ่ง.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กาย วาจากับจิต ...              [๓๐] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ใช้ภิกษุณีมิใช่ญาติให้ซักจีวรเก่า ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายี ใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักจีวรเก่า.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๓๑] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายี รับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ.              มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏ- *ฐาน ๖ ...              [๓๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ขอจีวรกะพ่อเจ้าเรือนก็ดี กะแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ ญาติ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ขอจีวรกะเศรษฐีบุตรผู้มิใช่ญาติ.              มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วย สมุฏฐาน ๖ ...              [๓๓] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ขอจีวรยิ่งกว่านั้น กะพ่อเจ้าเรือนก็ดี กะแม่เจ้า เรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ ไม่รู้ประมาณแล้วขอจีวรเป็นอันมาก.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๓๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้อันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือน ผู้มิใช่ญาติแล้วถึงการกำหนดในจีวร ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องท่านพระอุปนันทศากยบุตร เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อนเข้าไปหาพ่อเจ้า- *เรือนผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงการกำหนดในจีวร.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๓๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้อันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือน ทั้งหลายผู้มิใช่ญาติแล้วถึงการกำหนดในจีวร ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร อันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อ เจ้าเรือนทั้งหลายผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงการกำหนดในจีวร.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๓๖] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ยังจีวรให้สำเร็จด้วยการทวงเกิน ๓ ครั้ง ยืนเกิน ๖ ครั้ง ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร อันอุบาสกกราบเรียนว่า ขอพระคุณเจ้า จงรอสักวันหนึ่ง ก็มิได้รอ.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...
กฐินวรรค ที่ ๑ จบ

หัวข้อประจำวรรค
             [๓๗] อติเรกจีวร ๑ ราตรีเดียว ๑ อกาลจีวร ๑ ซักจีวรเก่า ๑ รับจีวรเป็นข้อที่ ๕ ขอ- *จีวร ๑ ขอเกินกำหนด ๑ เขามิได้ปวารณา ๒ สิกขาบทกับทวง ๓ ครั้ง.

คำถามและคำตอบในโกสิยวรรคที่ ๒
             [๓๘] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ให้ทำสันถัตเจือด้วยไหม ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์เข้าไปหาพวกช่างไหม แล้วพูดอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ขอจงต้มตัวไหมให้มาก จงให้แก่พวกฉันบ้าง แม้พวกฉันก็ปรารถนาจะให้ทำสันถัตเจือด้วยไหม.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๓๙] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ให้ทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ให้ทำสันถัตแห่งขนเจียมดำล้วน.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๔๐] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ไม่ถือเอาขนเจียมขาว ๑ ส่วน ขนเจียมแดง ๑ ส่วน แล้วให้ทำสันถัตใหม่ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ ถือเอาชายขนเจียมขาวนิดหน่อยเท่านั้น แล้วให้ทำ สันถัตขนเจียมดำล้วนเช่นนั้นแหละ              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๔๑] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ให้ทำสันถัตทุกปี ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปให้ทำสันถัตทุกปี.              มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วย สมุฏฐาน ๖ ...              [๔๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ไม่ถือเอาสันถัตเก่า โดยรอบหนึ่งคืบพระสุคต แล้วให้ทำสันถัตสำหรับนั่งใหม่ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปทิ้งสันถัต แล้วสมาทานอารัญญิกธุดงค์ บิณฑปาติกธุดงค์ ปังสุกูลิกธุดงค์.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๔๓] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รับขนเจียมแล้วเดินทางไปเกิน ๓ โยชน์ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุรูปหนึ่ง รับขนเจียมแล้วเดินทางไปเกิน ๓ โยชน์.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ...              [๔๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักขนเจียม ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ สักกชนบท.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ ใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักขนเจียม.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๔๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รับรูปิยะ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร รับรูปิยะ. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐาน แห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๔๖] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ถึงความแลกเปลี่ยนด้วยรูปิยะมีประการต่างๆ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ ถึงความแลกเปลี่ยนด้วยรูปิยะมีประการต่างๆ              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๔๗] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ถึงการซื้อและขายมีประการต่างๆ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ถึงการซื้อและขายกับปริพาชก.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...
โกสิยวรรค ที่ ๒ จบ

หัวข้อประจำวรรค
             [๔๘] สันถัตเจือไหม ๑ ดำล้วน ๑ ไม่ได้ส่วน ๑ ทำทุกปี ๑ สันถัตเก่า ๑ กับ การนำขนเจียมไป ๑ ซักขนเจียม ๑ รับรูปิยะ ๑ แลกเปลี่ยนและซื้อขายมีประการต่างๆ ๒ สิกขาบท.

คำถามและคำตอบในปัตตวรรคที่ ๓
             [๔๙] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้เก็บอติเรกบาตรไว้เกิน ๑๐ วัน ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์เก็บอติเรกบาตร.              มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วย สมุฏฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายวาจากับจิต ...              [๕๐] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้มีบาตร มีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ให้จ่ายบาตรใหม่ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ สักกชนบท.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ผู้มีบาตรทะลุเพียงเล็กน้อยบ้าง ร้าวเพียงเล็กน้อยบ้าง เพียงเป็นรอยขีดบ้าง ก็ขอบาตรเป็นอันมาก.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๕๑] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้เกิน ๗ วัน ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปรับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้เกิน ๗ วัน.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ (เหมือนในกฐินสิกขาบท) ...              [๕๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้แสวงหาผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนเหลือเกินกว่า ๑ เดือน ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์แสวงหาผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนเหลือเกินกว่า ๑ เดือน.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๕๓] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ให้จีวรแก่ภิกษุเอง แล้วโกรธ น้อยใจ ชิงเอาคืนมา ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร ให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้วโกรธ น้อยใจ ชิงเอาคืนมา.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...              [๕๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ขอด้ายมาเอง ให้ช่างหูกทอจีวร ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ขอด้ายมาเองแล้ว ใช้ช่างหูกทอจีวร.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๕๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้อันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูก ของพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงความกำหนดในจีวร ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุปนันทศากยบุตร.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุปนันทศากยบุตร เขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูก ของพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติ แล้วถึงความกำหนดในจีวร.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...              [๕๖] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รับอัจเจกจีวรแล้วเก็บไว้เลยสมัยจีวรกาล ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปรับอัจเจกจีวร แล้วเก็บไว้เลยสมัยจีวรกาล.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ (เหมือนในกฐินสิกขาบท) ...              [๕๗] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้เก็บจีวร ๓ ผืน ผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้าน แล้ว อยู่ปราศเกิน ๖ ราตรี ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปเก็บจีวร ๓ ผืน ผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้าน แล้ว อยู่ปราศเกิน ๖ ราตรี.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ (เหมือน ในกฐินสิกขาบท) ...              [๕๘] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมมาจะถวายสงฆ์ มาเพื่อตน ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์รู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมมาจะถวายสงฆ์ มาเพื่อตน.              มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
ปัตตวรรค ที่ ๓ จบ

หัวข้อประจำวรรค
             [๕๙] อติเรกบาตร ๑ กับบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๑ เภสัช ๑ ผ้าอาบน้ำฝน ๑ โกรธ ชิงจีวร ๑ ช่างหูก ๒ สิกขาบท กับอัจเจกจีวร ๑ อยู่ปราศ ๖ ราตรี ๑ น้อมลาภมาเพื่อตน ๑
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ

หัวข้อประจำวรรค
             [๕๙] อติเรกบาตร ๑ กับบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๑ เภสัช ๑ ผ้าอาบน้ำฝน ๑ โกรธ ชิงจีวร ๑ ช่างหูก ๒ สิกขาบท กับอัจเจกจีวร ๑ อยู่ปราศ ๖ ราตรี ๑ น้อมลาภมาเพื่อตน ๑
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น