วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

อนิยตกัณฑ์

อนิยตกัณฑ์
กัตถปัญญัติวาร
             [๒๓] พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรง บัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน? ทรงปรารภใคร? เพราะเรื่องอะไร? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ? บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้นหยั่งลงในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน? มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร? บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน? บรรดาอาบัติ ๗ กองเป็นอาบัติกองไหน? บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร? บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อย่างไหน? บรรดาสมถะ ๗ ย่อมระงับ ด้วยสมถะเท่าไร? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์? อะไรเป็นวิบัติ? อะไรเป็นสมบัติ? อะไรเป็นข้อปฏิบัติ? พระผู้ มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร? พวกไหนศึกษา? พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว? อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร? พวกไหนย่อมทรงไว้? เป็นถ้อยคำของใคร? ใครนำมา?

คำถามและคำตอบในอนิยตสิกขาบทที่ ๑
             [๒๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีผู้เดียว สำเร็จการนั่งในที่ลับคือในอาสนะกำบัง พอ จะทำการได้ กับมาตุคามผู้เดียว.              ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติหรือ?              ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มี ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น              ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?              ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.              ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?              ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.              ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?              ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.              ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน? นับ เนื่องในอุเทศไหน?              ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.              ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?              ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๔.              ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?              ต. บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ.              ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?              ต. บางทีเป็นอาบัติกองปาราชิก บางทีเป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส บางทีเป็นอาบัติกอง ปาจิตตีย์.              ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐาน เท่าไร?              ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา.              ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?              ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.              ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?              ต. ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัย บางทีระงับด้วยติณวัตถารกะ.              ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไร เป็นอภิวินัย?              ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย.              ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์?              ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์.              ถ. อะไรเป็นวิบัติ?              ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ.              ถ. อะไรเป็นสมบัติ?              ต. ความสังวรเป็นสมบัติ.              ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ?              ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้ว ศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ.              ถ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ เท่าไร?              ต. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อ ยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อ กำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความ เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์ พระวินัย ๑              ถ. พวกไหนศึกษา?              ต. พระเสขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา.              ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?              ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว.              ถ. อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร?              ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล.              ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้?              ต. อนิยตสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อมทรงไว้.              ถ. เป็นถ้อยคำของใคร?              ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.              ถ. ใครนำมา?              ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.
             พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ
             รวมเป็น ๕ ทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ.
             แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐ มีปัญญามาก เหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑
             พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ... พระเถระผู้ประเสริฐ
             มีปัญญามากเหล่านี้รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ใน
             ตามพปัณณิ.

คำถามและคำตอบในอนิยตสิกขาบทที่ ๒
             [๒๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน?              ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.              ถ. ทรงปรารภใคร?              ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.              ถ. เพราะเรื่องอะไร?              ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีผู้เดียว สำเร็จการนั่งในที่ลับกับมาตุคามผู้เดียว.              ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติหรือ?              ต. มีแต่บัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มีในอนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น.              ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?              ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.              ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?              ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.              ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?              ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.              ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ อนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศ?              ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.              ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?              ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๔.              ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?              ต. บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ.              ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?              ต. บางทีเป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส บางทีเป็นอาบัติกองปาจิตตีย์.              ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง อนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐาน เท่าไร?              ต. เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่ วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา กับจิต ...              ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?              ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.              ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?              ต. ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัย บางทีระงับด้วยติณวัตถารกะ.
อนิยต ๒ สิกขาบท จบ.

หัวข้อประจำกัณฑ์
             [๒๖] อนิยต ๒ สิกขาบท คือ สิกขาบทว่าด้วยอาสนะกำบังพอจะทำการได้ ๑ อาสนะกำบังไม่ถึงขนาดนั้น ๑ อันพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้คงที่ ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วแล.






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น