คำถามและคำตอบในอนิยตสิกขาบทที่ ๑
[๒๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์
นั้น ทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน?
ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.
ถ. ทรงปรารภใคร?
ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.
ถ. เพราะเรื่องอะไร?
ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีผู้เดียว สำเร็จการนั่งในที่ลับคือในอาสนะกำบัง พอ
จะทำการได้ กับมาตุคามผู้เดียว.
ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติหรือ?
ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มี ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น
ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?
ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.
ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?
ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.
ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?
ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.
ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน? นับ
เนื่องในอุเทศไหน?
ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.
ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?
ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๔.
ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?
ต. บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ.
ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?
ต. บางทีเป็นอาบัติกองปาราชิก บางทีเป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส บางทีเป็นอาบัติกอง
ปาจิตตีย์.
ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐาน
เท่าไร?
ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา.
ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?
ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.
ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะ
บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัย บางทีระงับด้วยติณวัตถารกะ.
ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไร
เป็นอภิวินัย?
ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย.
ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น
อะไรเป็นอธิปาติโมกข์?
ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์.
ถ. อะไรเป็นวิบัติ?
ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ.
ถ. อะไรเป็นสมบัติ?
ต. ความสังวรเป็นสมบัติ.
ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ?
ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้ว
ศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ.
ถ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์
เท่าไร?
ต. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์
๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อ
ยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อ
กำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความ
เลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์
พระวินัย ๑
ถ. พวกไหนศึกษา?
ต. พระเสขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา.
ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?
ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว.
ถ. อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร?
ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล.
ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้?
ต. อนิยตสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อมทรงไว้.
ถ. เป็นถ้อยคำของใคร?
ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.
ถ. ใครนำมา?
ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.
พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ
รวมเป็น ๕ ทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ.
แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐ มีปัญญามาก เหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑
พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ... พระเถระผู้ประเสริฐ
มีปัญญามากเหล่านี้รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ใน
ตามพปัณณิ.
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น